วันเสาร์, 31 ตุลาคม 2563

New normal กับสิ่งที่ถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี

16 พ.ค. 2020
226

เมื่อโลกผ่านพ้นวิกฤต ไวรัสโควิด-19 ไปได้ นอกจากจะทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ให้กับโลกแล้ว ทั้งเรื่องของการสูญเสียประชากร เศรษฐกิจโลกที่พังและยังซบเซาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังส่งผลต่อพฤติกรรมของคน ที่เปลี่ยนไป มีการสร้างมาตรฐานการดำรงชีพ ใหม่ขึ้นมาทดแทนใหม่ ให้กลายเป็นเรื่องปกติ หรือที่เราเรียกกันว่า ยุค New normal หลังจากเกิดวิกฤติไวรัสโควิด ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ปรับพฤติกรรม และมีหลายๆสิ่งที่ถูกนำมาทดแทนด้วยเทคโนโลยี เพื่อความสะดวกสบาย มากยิ่งขึ้น อยากรู้ว่าอะไรที่จะเปลี่ยนไปบ้างตามมาดูกันเลย

1. การเรียนผ่านคลาสออนไลน์ จะเข้ามาแทนที่การสอนสด ในห้องเรียน 

หลายคนคงได้เห็นการเปิดคลาสสอน หรือคอร์สอบรมออนไลน์ ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คอร์สสอนภาษาต่างประเทศ, คอร์สการตลาดออนไลน์, คอร์สสอนทำอาหาร,คอร์สการเรียนการสอนออนไลน์, E-leaning ฯลฯ คอร์สออนไลน์ต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ทำให้ผู้สอนสามารถสอนสด สื่อสารกันระหว่างผู้สอนและนักเรียน ได้แบบเรียลไทล์ ผ่านโปรแกรม Zoom, Skype, Line, Facebook เป็นต้น ทั้งนี้เราจะสามารถมองเห็นหน้ากันเหมือนเรา นั่งอยู่ในห้องเรียนจริง ๆ ไม่ว่าจะคุณอยู่ที่ไหนก็ตาม ก็สามารถเข้าเรียนคลาสออนไลน์ได้ในทุกที่ ทุกเวลา กับอาจารย์ในแต่ละวิชาได้จากทั่วโลก ที่สำคัญ เป็นการลดการเผชิญหน้ากันได้ 100% การเรียนการสอนในรูปแบบนี้จึงปลอดภัยจากโรคโควิด-19 และกำลังเป็นมาตรฐานการเรียนการสอน สถานบันศึกษาของทั่วโลก  

2. สังคมไร้เงินสดแบบเต็มรูปแบบ หรือที่เราเรียกว่า (cashless) 

ปัจจุบันการใช้จ่ายหรือชำระเงิน ผ่านช่องทางอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการใช้เงินสดแล้ว เริ่มมีการชำระเงินผ่านช่องทางอื่นๆเพิ่มมากขึ้น การชำรเงินรูปแบบไร้เงินสด เริ่มเข้ามามีบทบาทกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้คนยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวก ความรวดเร็ว และความปลอดภัย รวมถึงเรื่องความสะอาดและไม่ต้องการจับเงินสด ที่ปัจจุบัน คนเริ่มหันใช้โอนเงินผ่านบัญชีM-bankingพร้อมเพย์ สแกน QR-codeชำระเงินผ่านบัตรเครดิต E-wallet กันเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า อีกไม่นานประเทศไทย เราจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดกันทั้งหมด

3. ธุรกิจร้านอาหารที่เล็กลง มีแค่คูหาเดียวก็สามารถสร้างยอดขายได้เป็นหลักแสนได้ 

ในอดีตการเปิดร้านอาหารใหญ่โตอาจดูน่าเชื่อถือ ดูดี และมีอาหารให้เลือกมากมาย แต่ในยุคปัจจุบัน นั้นไม่จริงเสมอไปเพราะในโลกออนไลน์ ณ ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อยู่บ้านมากยิ่งขึ้น ชอบสั่งอาหารผ่านแอพพลิเคชันเดลิเวอร์รี่ต่าง ๆ เช่น GrabFood, LineMan, FoodPandaเป็นต้น แต่ที่น่าแปลกใจ คือ คนชอบสั่งอาหารตามร้านที่เปิดขายในออนไลน์ มากกว่าร้านอาหารชื่อดังใหญ่โตเสียอีก ซึ่งบางร้านไม่มีหน้าร้านด้วยซ้ำ แต่สามารถทำยอดขายได้เดือนละหลายแสนบาท และแถมยังไม่ได้แบกภาระเรื่องลดต้นทุนเรื่องค่าเช่าร้าน การจ้างพนักงานเสิร์ฟ และอื่น ๆ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ร้านใหญ่ ๆ จะลดไซส์ขนาดธุรกิจให้เล็กลง และหันพึ่งพาบริการเดลิเวอร์รี่กันมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

4. E-bookเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะคนจะอ่านหนังสือเป็นเล่มน้อยลง 

ณ วันนี้โลกหมุนเร็วมากยิ่งขึ้น ทำให้หลายๆ ธุรกิจจำต้องปิดตัวลง โดยเฉพาะธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ที่ต้องปิดกิจการหรือผันตัวเองไปสู่ธุรกิจใหม่ที่ต่อยอดได้ หนึ่งในนั้น คือ ธุรกิจหนังสือออนไลน์ หรือที่เราเรียกกันว่า E-book ที่เป็นหนังสือรูปเล่มให้อ่านในรูปแบบออนไลน์ มีทั้งขายขาด หรือแบบสมัครสมาชิกรายเดือน ที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่างมาก เพราะคนยุคใหม่ ไม่นิยมพกหนังสือไปอ่านให้หนักกันอีกต่อไป อีกทั้งยังไม่ต้องการไปเข้าแถวรอซื้อนิตยสารหรือหนังสือออกใหม่ให้เสียเวลาEbook จึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ ทั้งเรื่องของความสะดวก ความรวดเร็ว และมีลูกเล่นต่างๆที่น่าสนใจกว่าหนังสือรูปแบบเก่า

5. ห้างสรรพสินค้า ที่ถูกทดแทนด้วย Online Market Place

จากเหตุการณ์ การระบาดของไวรัสโควิด-19 หนึ่งธุรกิจขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดธุรกิจหนึ่งเลยคือ ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าภายในห้าง ที่พนักงานจำนวนมากต้องตกงานหรือได้รับค่าจ้างไม่เต็มจำนวน ส่วนผู้ประกอบการเองก็ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย เพราะคนส่วนใหญ่คุ้นชิน กับการซื้อของผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ กันมากยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee, JD Central ทำให้หลังจากสถานการณ์ไวรัสโควิดกลับมาสู่ภาวะปกติ คนจะเดินห้างสรรพสินค้า เพื่อช้อปปิ้งน้อยลง

ทั้งหมดนี้คือ new normal ส่วนหนึ่ง ที่จะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี สมัยใหม่ ฉะนั้นหากใครที่ทำงานหรืออยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องต้องรีบปรับตัวเองให้ทันกับกระแสโลกาภิวัตน์ ให้ทันเพื่อที่จะอยู่รอดบนโลกที่หมุนเร็วมากยิ่งขึ้น